Month: May 2018

สังขละบุรี ธรรมชาติอันงดงามถ้าได้ไปสักครั้งจะดีต่อใจ

สังขละบุรี ธรรมชาติอันงดงามถ้าได้ไปสักครั้งจะดีต่อใจ

สถานที่เที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีอันเลื่องชื่ออีกแห่ง มีผู้คนจำนวนมากนิยมเดินทางกันไปนั่นคือ สังขละบุรี เมืองที่อาจเรียกได้ว่าติดชายแดนไทยพม่าจนกลายเป็นดินแดนสองวัฒนธรรมแล้วอาศัยอยู่กันได้อย่างลงตัวสุดๆ เหมาะกับการเดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตความงดงามของผู้คน อาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศดีๆ เป็นเมืองที่หล่อเลี้ยงด้วยสายน้ำขนานแท้จนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบชินตา ใครก็ตามหาก ได้มีโอกาสมายังเมืองแห่งนี้จะต้องประทับใจกับความสงบ ความเป็นกันเอง และอีกหลากหลายเรื่องราว สังขละบุรี เมืองดีๆ ที่มีความงดงามในตัวเอง สังขละบุรีเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดกับประเทศพม่าทำให้เมืองแห่งนี้มีวัฒนธรรมไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมพม่าได้อย่างลงตัว หากใครได้มีโอกาสเดินทางไปเชื่อว่าต้องหลงมนต์เสน่ห์แห่งความงดงามของสังขละบุรีแบบถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน จุดเด่นแรกที่อยากแนะนำให้ทุกคนมารู้จักเมื่อมาเยือนยังเมืองแห่งนี้ก็คือ สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้พาดผ่านเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียเพื่อเข้าไปยังหมู่บ้านมอญ ได้รับการยกให้เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งของพม่า ถือเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นของเมืองสังขละบุรีที่ทุกคนคุ้นชิน ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายืนจุดอันเป็นโลโก้พร้อมชักภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งระหว่างการยืนถ่ายรูปอยู่นั้นเราอาจเห็นวิถีชีวิตหนึ่งอันน่าตื่นเต้นคือการกระโดดจากสะพานมอญลงไปยังแม่น้ำซองกาเรียของเด็กๆ ที่นี่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมาก อีกความน่าสนใจก็คือเมืองสังขละบุรีแห่งนี้หากใครต้องการชื่นชมประวัติศาสตร์หรือเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ จะมีมัคคุเทศก์น้อยสำหรับการให้ความรู้ บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับสังขละบุรีแบบละเอียดยิบพร้อมด้วยการแต่งกายแบบชาวมอญบวกกับน้ำเสียงแสนน่ารักชวนหลงใหลบางทีฟังอยู่เพลินๆ อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องมัคคุเทศก์น้อยบรรยายครบจบไปทุกหัวข้อแล้ว ส่วนสายทำบุญที่แนะนำอยากให้ไปยังสังขละบุรีแห่งนี้มากๆ นั่นเพราะจะมีพิธีตักบาตรมอญซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวสังขละบุรีที่สืบทอดกันมายาวนาน ทุกๆ 6.30 น. ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว จะต่อคิวอย่างเนืองแน่นสำหรับรอใส่บาตรพระสงฆ์ พบเห็นเด็กน้อยนำโถข้าวต่อกันหลายชั้นวางไว้บนศีรษะ พบผู้คนแต่งตัวสไตล์ชาวมอญให้ได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศยามเช้ากันอย่างชุ่มปอด ใครต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพบเจอกับบรรยากาศแสนเรียบง่าย เงียบสงบ ต้องมาสัมผัสกับสังขละบุรีรับรองว่ามีอะไรดีๆ ให้ประทับใจมากมาย

Read More
เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 สถานที่ย้อนอดีตเหมือง บุพเพสันนิวาส

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 สถานที่ย้อนอดีตเหมือง บุพเพสันนิวาส

การให้ความใส่ใจกับวัฒนธรรมไทยถือเป็นเรื่องดีที่คนรุ่นใหม่อย่างเราทุกคนควรต้องอนุรักษ์เอาไว้ให้ยาวนนาน ไม่อย่างนั้นวิถีชีวิต การแต่งกาย อาหารการกิน หรือแม้แต่ศิลปะทางคำพูด ศิลปะไทย นาฏศิลป์ ต่างๆ จะหายไปหากไร้ซึ่งคนสืบทอด ด้วยเหตุนี้เองจึงได้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเน้นในเรื่องการนำเสนอวัฒนธรรมไทยแบบที่คนไทยควรเป็นแถมยังเป็นการช่วยให้คนไทยมองเห็นคุณค่าของความงดงามแบบในอดีตอีกด้วย สถานที่ดังกล่าวมีชื่อว่า เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 เมืองท่องเที่ยวแบบย้อนยุคที่ไม่ใช่แค่บรรยากาศรอบข้างแต่คนที่จะเข้าไปในเมืองนี้ก็ต้องย้อนยุคตามด้วย กลิ่นอายความเป็นไทยพาให้หลงเข้าไปยัง เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่กว่า 60 ไร่ ในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นการจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ยุครัชกาลที่ 5 ส่วน ร.ศ. 124 ก็มาจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช ทรงประกาศเลิกทาสเอาไว้เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ซึ่งตรงกับ ร.ศ. 124 นั่นเอง สำหรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบริมคลองสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจำลองพื้นที่ต่างๆ เอาไว้มากมาย เช่น สะพานหัน ในอดีตพื้นที่ของสะพานหันจริงๆ คือการล่องเรือค้าขายของผู้คน ในอดีตสะพานแห่งนี้ของสยามเป็นสะพานไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายฝั่งหนึ่งจะตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกฝั่งจะไม่มีการตรึงไว้เพื่อให้หันไปมาเวลาเรือแล่นผ่าน กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานแห่งนี้ใหม่เป็นโครงเหล็กมีความแข็งแรง กระทั่งรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนรูปแบบทำเป็นสะพานริอัลโตทีนครเวนิส และปองเตเวกคิโอ ณ เมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี ลักษณะสะพานไม้โค้งกว้าง สองฝั่งมีห้องแถวสำหรับขายของ นอกจากนี้จุดเด่นของ เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่ควรค่ากับการได้ไปสัมผัสก็คือมีการแต่งชุดไทยเดินชมภายในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ แลกเหรียญแบบเงินพดด้วงสมัยก่อนสำหรับการจับจ่ายซื้อของ มีขนมไทยหายากมากมายซึ่งสมัยนี้คงพบเห็นได้ยากยิ่ง เช่น ช่อม่วง มีวิถีชีวิตอย่างการใช้กระต่ายขูดมะพร้าว การเดินทางด้วยรถลากแบบสมัยก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างนี้คือความน่าสนใจจนต้องเดินทางไปยัง เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 เพื่อพบเห็นด้วยตาตนเองว่ามันสวยงามมากขนาดไหน แม้ใครไม่มีชุดไทยที่นี่ก็มีไว้ให้เช่าบริการไม่ต้องเป็นห่วง มาร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทยไว้ด้วยกันกับการเดินทางมายังเมืองมัลลิกา ร.ศ.124

Read More